กรอบแนวคิดเรื่องแผนปฏิรูปเศรษฐกิจไทย – 6/11/2560

1. เป้าหมายรวม

การพัฒนาเศรษฐกิจที่แท้จริง กล่าวคือ เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและโดยเน้นประโยชน์และการสร้างศักยภาพของภาคประชาชน

2. เป้าหมายรอง

  • กระตุ้นความเร็วในการเติบโตของไทย (Speed of Growth)
  • การกระจายโอกาสเศรษฐกิจฐานราก (Quality of Growth)
  • การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability of Growth)

3. แนวคิดและหลักการเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Approach)

  • กระตุ้นความเร็วในการเติบโตของไทย – สร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ของการพัฒนาประเทศ (New Engine of Growth) ที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศในอีก 20 ปี ข้างหน้า และช่วยทดแทนอุตสาหกรรมเก่าที่กำลังลดบทบาทลงไป โดยมีการกำหนดเป้า หมายในอนาคตทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
      • ระยะสั้น – การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เรามีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (Comparative Advantages) อย่างแท้จริง เช่น เกษตรแปรรูป อาหาร ท่องเที่ยว สุขภาพ ยานยนต์ การค้า SMEs และการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่จะมาต่อยอดขึ้นไป เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเรื่องนี้ ต้องใช้เวลา 1-5 ปี ในการขจัดอุปสรรคในด้านต่างๆ เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ ขณะที่รัฐบาลกำลังดำเนินการในระยะกลางและยาว
      • ระยะกลาง – การพัฒนาตลาดให้มีความต่อเนื่องกัน (Regional Integration) เป็นฐานการผลิตเดียว เนื่องจากประเทศในกลุ่ม CLMVT มีขนาดตลาด 230 ล้านคน และหากรวมประเทศบังคลาเทศอีกประมาณ 160 ล้านคน จะทำให้ตลาดมีขนาดถึง 400 ล้านคน ซึ่งมีอัตราการขยายตัวสูงถึง 6-8% ต่อปี โดยมีการเชื่อมโยงกันผ่านโครงข่ายคมนาคม ที่จะเอื้อให้บริษัทต่างๆ เลือกใช้ไทยเป็นฐานในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค (Regional Supply Chain) และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้เวลา 7-10 ปี ในการสร้าง Hard/Soft Infrastructure ในด้านต่างๆ ก่อนที่จะออกดอกผลอย่างแท้จริง
      • ระยะยาว – การก้าวเป็น Innovation Hub และ Startup Nation ที่รายได้หลักจะมาจาก การสร้างนวัตกรรมของเราเอง และเป็นผู้นำและแหล่งกำเนิดของ Startup ในภูมิภาค รวมถึงส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตของประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ ต้องใช้เวลา 15-20 ปี ในการสร้าง Ecosystem ก่อนที่จะเห็นผลที่ชัดเจน

    ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาปัจจัยต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน (Sustained Competitive Advantage) ซึ่งรวมไปถึง การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การพัฒนาบุคลากร การปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ เพื่อให้ง่ายต่อการประกอบธุรกิจ การพัฒนาระบบข้อมูลและ Big data ตลอดจนดำเนินการให้เกิดการแข่งขันตามระบบ ตลาดเสรีให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคบริการ

  • การกระจายโอกาสเศรษฐกิจฐานราก – วางแนวทางใหม่ของการพัฒนาประเทศ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของการพัฒนาที่แท้จริง ที่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะตกไปยังพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ โดยสร้างกรอบการสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องประชาชนใน 3 ระดับ ที่จะมาช่วยกระจายความเจริญและจัดสรรประโยชน์ให้กับทุกคนอย่างเหมาะสม
    • ระดับประเทศ/สังคม – ต้องมุ่งสู่การเป็นสังคมที่สมดุล มีการจัดสรรประโยชน์ใหม่ในระดับประเทศ โดยมีหน่วยงานดูแลจากส่วนกลางอย่างเหมาะสม ในการยกระดับประชาชนในกลุ่มต่างๆ ให้อยู่ ร่วมกันอย่างเป็นสุข ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งกรอบนโยบายในส่วนนี้รวมไปถึง การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่เน้นการพัฒนาหัวเมืองใหญ่ในภาคต่างๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนากรุงเทพ การจัดสรรงบประมาณให้กับจังหวัดที่ยากจน การสร้างระบบสวัสดิการพื้นฐาน การปฏิรูประบบภาษี การเร่งดำเนินการตามโครงการประชารัฐ เพื่อให้กลุ่มธุรกิจที่ประสบความสำเร็จช่วยเหลือทุกคนให้ เข้มแข็งมากขึ้น
    • ระดับชุมชน – ต้องสร้างชุมชนที่เข้มแข็งที่จะเป็นเสาหลักสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และสามารถร่วมกันพัฒนาความเข้มแข็งจากฐานราก ซึ่งนโยบายในส่วนนี้ รวมไปถึงการจัดให้มีสถาบันการเงินในชุมชนต่างๆ การพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชน การส่งเสริมให้มีวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนการวางกรอบเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เป็นต้น
    • ระดับบุคคล – ต้องเพิ่มรายได้ให้กับทุกคนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเกษตรกรและกลุ่มแรงงานที่ยากจน โดยเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนกลุ่มนั้นอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เขาสามารถยืนอยู่บนขาของตนเองได้
  • การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน – ปรับปรุงกลไกที่มีอยู่และสร้างกลไกใหม่ให้กับการบริหารจัดการ เศรษฐกิจของประเทศที่เป็น Top of Class ในด้านต่างๆ ตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ การนำสู่การปฏิบัติ และการติดตามประเมินผล เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเศรษฐกิจไทยให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งทางด้านเทคโนโลยี และ Geopolitics ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในมิติต่างๆ
    • หน่วยงานยุทธศาสตร์ (Strategic Unit) – ที่จะทำหน้าที่ต้นหน กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ ในระยะยาวที่จะเป็นสมองของประเทศ
    • ฐานข้อมูลและระบบข้อมูล (National Statistical Office Reform and National Data Unit) – ที่จะทำหน้าที่ในการสร้างข้อมูลที่ประกอบการตัดสินใจ รวมทั้งนำไปสู่การสร้าง Big Data ที่จะสามารถนำไปสู่การวิเคราะห์และใช้ในการกำหนดนโยบายของภาครัฐต่อไป
    • หน่วยงานด้านงบประมาณ (Budgetary Unit) – ที่จะทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณที่จะไปสู่ Unit ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
    • การปฏิรูปนโยบายการคลัง(Fiscal Policy Reform) – ที่จะรักษาความยั่งยืนทางการคลัง ตลอดจนความยั่งยืนของระบบประกันสังคมและประกันสุขภาพ
    • หน่วยงานบริหารจัดการสินทรัพย์ (Asset Management Unit) – ที่จะทำหน้าที่พัฒนา Asset ของ ภาครัฐให้เต็มศักยภาพ
    • กลไกการนำสู่ปฏิบัติ (Execution Mechanism) – ที่จะยกระดับในการดำเนินการตามที่แนวทางที่รัฐกำหนดไว้ อย่างเป็นระบบไม่ล่าช้า
    • กลไกการติดตามประเมินผล (Monitoring and Evaluation Unit)

4. Game Changers และ Policy Initiatives ในด้านต่างๆ มุ่งเน้นกลุ่มของมาตรการที่จะทำให้

  1. Paradigm Shift
  2. เกิดการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสาคัญ
  3. พลิกสถานการณ์ที่เราประสบปัญหาอยู่และ
  4. ต้องทำ

 

ดาวน์โหลดเอกสาร

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560
คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ

2017-12-06T16:50:08+00:00
%d bloggers like this: